นักวิจัยจีนอ้าง พบกะโหลกดึกดำบรรพ์ อาจเป็นของมนุษย์สปีชีส์ใหม่

นักวิทยาศาสตร์จีนอ้างว่า กะโหลกโบราณที่ขุดพบเมื่อหลายสิบปีก่อน อาจเป็นของมนุษย์สปีชีส์ใหม่ ที่มีวิวัฒนาการใกล้เคียงกับมนุษย์ยุคปัจจุบันที่สุด
สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ทีมนักวิจัยของจีนเผยแพร่งานวิจัยลงในวารสาร ‘The Innovation’ เป็นผลการวิเคราะห์กะโหลกโบราณที่ขุดพบเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งพวกเขาอ้างว่า อาจเป็นกะโหลกของมนุษย์สปีชีส์ใหม่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แถบเอเชียตะวันออกเมื่อ 146,000 ปีก่อน โดยพวกเขาตั้งชื่อเล่นให้ว่า “มนุษย์มังกร” (Dragon man)

กะโหลกดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่าของมนุษย์สปีชีส์อื่นๆ ขณะที่สมองมีขนาดเท่าๆ กับค่าเฉลี่ยของมนุษย์เรา มีกระบอกตาใหญ่เกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สันคิ้วหนา ปากกว้าง และฟันใหญ่เกินพอดี มันถูกขุดพบที่เมืองฮาร์บิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อปี 2476 แต่เพิ่งได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้

ศาสตราจารย์ คริส สตริงเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการมนุษย์จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติลอนดอน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยนี้ด้วย กล่าวว่า “ในแง่ของฟอสซิลอายุในช่วงนับล้านปีที่ผ่านมา นี่เป็นหนึ่งในการค้นพบครั้งสำคัญที่สุด”

“สิ่งที่เรามีคืออีกแขนงหนึ่งของมนุษยชาติ ที่ไม่ได้กลายมาเป็น ‘โฮโม เซเปียนส์’ (สปีชีส์ของมนุษย์ยุคปัจจุบัน) แต่แสดงให้เห็นถึงเชื้อสายที่แตกแขนงออกไปเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งวิวัฒนาการอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวเป็นเวลาหลายแสนปี จนกระทั่งสูญพันธ์ุไป”

ผลการวิเคราะห์ยังพบด้วยว่า มนุษย์มังกร มีความใกล้เคียงกับมนุษย์สปีชีส์ ‘โฮโม เซเปียนส์’ มากกว่ามนุษย์ยุคหิน ซึ่งพวกเขาตัดสินใจตั้งชื่อให้กับสปีชีส์ใหม่นี้ว่า ‘โฮโม ลองกี’ (Homo longi) มาจากคำว่า ‘หลง’ (long) ในภาษาจีนซึ่งมีความหมายว่า ‘มังกร’

“เราพบสายพันธ์ุน้องของเราที่สูญหายไปนานแล้ว” ศาสตราจารย์ ซีจวิน หนี่ (Xijun Ni) จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์จีน กล่าว “ผมพูดว่า ‘คุณพระช่วย!’ ผมไม่อยากเชื่อเลยว่ามันอยู่ในสภาพดีขนาดนี้ คุณสามารถเห็นรายละเอียดทั้งหมด นี่เป็นการค้นพบที่มหัศจรรย์มาก”

Posted in new